ข่าวกิจกรรมโครงการ

 

สสท. ติดตามความก้าวหน้าโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในสาธารณรัฐประชาธิปไตยติมอร์-เลสเต ตามพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ระหว่างวันที่ ๒๓ – ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ ในโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ จำนวน ๔ โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนในเขตดิลี (Dili) ๑) Central Basic Education School of Hera ๒) Filial Basic Education School of Acanuno โรงเรียนในเขตเอร์เมรา (Ermera) ๓) Central Basic Education School of Fatuquero และ๔) Dona Ana Lemos Filial Basic Education School โดยมีรายละเอียดดังนี้

วันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ เยี่ยมโรงเรียนและติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการ โดยผลการติดตามงาน ประกอบด้วย

การจัดบริการอาหารของโรงเรียน ตลอดปีการศึกษา ๒๐๑๘ ที่ผ่านมาจนถึงต้นปีการศึกษา ๒๐๑๙ โรงเรียนยังไม่ได้ประกอบอาหารกลางวันให้นักเรียน เนื่องจากยังไม่ได้รับงบประมาณค่าอาหารจากส่วนกลาง โรงเรียนมีอุปกรณ์ประกอบอาหาร แต่ขาดการดูแลรักษาและสถานที่เก็บอย่างเหมาะสม


กิจกรรมการเกษตรในโรงเรียน พบว่า ทุกโรงเรียนมีความพยายามในการทำการเกษตรอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการปลูกพืชผัก และใช้เมล็ดพันธุ์ที่ได้รับพระราชทานไป รวมทั้งหาเมล็ดพันธุ์ในท้องถิ่นด้วย ผลผลิตที่ได้นำไปบริโภคและจำหน่ายเพื่อให้มีเงินทุนหมุนเวียน นอกจากนี้ยังมีการเลี้ยงปลาดุกและปลานิล เลี้ยงไก่-เป็ด แต่ยังไม่ได้ผล เนื่องจากขาดความรู้ความเข้าใจในการเลี้ยง รวมทั้งโรงเรียนยังประสบปัญหา เช่น สัตว์เลี้ยงของชาวบ้าน เข้ามาทำลายพืชผักเสียหาย ไม่มีระบบกระจายน้ำ นักเรียนต้องนำน้ำจากแม่น้ำมารดน้ำแปลงผัก ขาดแคลนน้ำในฤดูร้อน คุณภาพดินไม่ดี และพื้นที่ทำการเกษตรไม่เพียงพอ เป็นต้น

 

การสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อมของโรงเรียน ยังมีปัญหาในเรื่องอนามัยสิ่งแวดล้อม ทำให้นักเรียนมีปัญหาท้องเสีย เป็นหวัด ไอ และมีไข้ เนื่องจากห้องส้วมไม่สะอาด ไม่มีน้ำดื่มที่สะอาดให้นักเรียน ห้องเรียนขาดการดูแลทำความสะอาด และยังไม่มีวิธีกำจัดขยะที่ถูกสุขลักษณะ



 

สำหรับเรื่องอนามัยส่วนบุคคล มีการสอนให้นักเรียนล้างมือ แต่ยังไม่มีการปฏิบัติอย่างจริงจัง นอกจากนี้ยังไม่มีการดูแลความสะอาดของร่างกายและเสื้อผ้า ทำให้นักเรียนเป็นโรคผิวหนังคัน

การติดตามภาวะโภชนาการ พบว่า ทุกโรงเรียนยังไม่สามารถประเมินภาวะโภชนาการของนักเรียนได้ เนื่องจากขาดความรู้ ความเข้าใจ และขาดทักษะในการประเมิน รวมทั้งอุปกรณ์เครื่องชั่ง-ที่วัดส่วนสูงยังชำรุด จากการประเมินด้วยการสังเกตพบว่า นักเรียนยังมีปัญหาทุพโภชนาการ คือ เตี้ยและผอมเป็นจำนวนมาก






 

การจัดการบริการสุขภาพ โรงเรียนยังไม่มีครูที่มีความรู้ให้บริการสุขภาพ เช่น การปฐมพยาบาลเบื้องต้น

ร้านค้า (สหกรณ์) ในโรงเรียน Central Basic Education School of Hera ได้พยายามจัดกิจกรรมร้านสหกรณ์ แต่ยังคงเป็นเพียงร้านค้าขายเพียงขนมต่างๆ ในโรงเรียน ซึ่งสามารถเป็นฐานในการพัฒนาเป็นสหกรณ์นักเรียนต่อไปได้

การแปรรูปอาหาร พบว่าชุมชนในเขต Ermera มีผลผลิตหลากหลาย และมีความรู้ในการแปรรูปอาหารเบื้องต้น โดยมีเจ้าหน้าที่จากไทยไปช่วยฝึกอบรม เช่น การทำกล้วยฉาบ การทำมัน/เผือก เป็นอาหารหวาน

 

สำหรับสถานการณ์น้ำในโรงเรียน พบว่า โรงเรียนที่ไม่มีแหล่งน้ำของตนเอง ได้แก่ โรงเรียน Central Basic Education School of Fatuquero ซึ่งปัจจุบันใช้น้ำของชาวบ้านที่อยู่ใกล้โรงเรียน โดยจ่ายค่าไฟฟ้าให้ชาวบ้านเพื่อสูบน้ำบาดาลมาเติมในห้องน้ำ ส่วนน้ำเพื่อการเกษตรใช้น้ำฝนและน้ำจากแม่น้ำ นอกจากนี้โรงเรียนยังมีถังเก็บน้ำ แต่ใช้ไม่ได้เนื่องจากมีน้ำซึมไหลออกมาจากถัง และโรงเรียนFilial Basic Education School of Acanuno ใช้น้ำประปาภูเขาร่วมกับชุมชน จึงมีปัญหาแย่งน้ำกันในฤดูแล้ง

ส่วนโรงเรียน Central Basic Education School of Hera และ Dona Ana Lemos Filial Basic Education School นั้นมีแหล่งน้ำของตนเอง ใช้น้ำบาดาล ทำให้มีน้ำใช้เพียงพอตลอดปี แต่มีปัญหาเรื่องการกระจายน้ำและปั๊มน้ำชำรุด

เรื่องน้ำดื่ม ทุกโรงเรียนนำน้ำดื่มมาจากบ้าน เนื่องจากน้ำประปาที่ใช้ร่วมกับชุมชนมีปริมาณน้อย



วันที่ ๒๕ - ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ มีการจัดฝึกอบรมเพื่อเพิ่มพูนความรู้ให้แก่ครูและเจ้าหน้าที่กระทรวงศึกษาธิการ เยาวชน และการกีฬา เรื่องการเกษตร ได้แก่ การสาธิตการเพาะถั่วงอก การทำปุ๋ยชีวภาพ ฮอร์โมนไข่ และแจกเมล็ดพันธุ์พืชพระราชทาน รวมทั้งอบรมให้ความรู้เรื่องโภชนาการ เทคนิคการชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง การตรวจร่างกาย การดูแลอนามัยส่วนบุคคล ทำให้ผู้เข้ารับการอบรมมีความรู้ ความเข้าใจดีขึ้น สามารถนำความรู้ไปสอนนักเรียนต่อไปได้

 


วันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๔๖๒ เข้าพบหารือผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการ เยาวชน และการกีฬา เพื่อชี้แจงการดำเนินงานโครงการ รวมทั้งวางแผนพัฒนางานร่วมกัน นอกจากนี้ยังได้จัดประชุมร่วมกันที่กระทรวงฯ โดยครูจากทั้ง ๔ โรงเรียนได้นำเสนอผลงานและปัญหาอุปสรรคของการดำเนินงานโครงการ ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันระหว่างครู ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของกระทรวงฯ และคณะฝ่ายไทย